VAR Video Assistant Referee ตรวจสอบการตัดสินในสนามฟุตบอล

แฟนบอลหลายคนสงสัยว่า VAR (Video Assistant Referee) เช็คได้อะไรบ้าง กติกาใหม่ปี 2026 มีการขยายอำนาจ VAR อย่างไร และไทยลีกใช้ระบบนี้เมื่อไหร่ บทความนี้รวบรวมคำตอบแบบ FAQ ภาษาคนดูบอลให้เข้าใจง่าย


VAR เช็คได้อะไรบ้าง

ตาม กติกา VAR ของ IFAB ปัจจุบัน VAR เข้าแทรกแซงได้เฉพาะ 4 กรณีหลัก ได้แก่ (1) ประตู/ไม่ประตู (2) จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (3) ใบแดงโดยตรง ไม่รวมใบเหลืองที่สอง และ (4) การให้การ์ดผิดคน (mistaken identity)

ตั้งแต่กติกา 2026/27 ที่มีผล 1 กรกฎาคม 2026 IFAB และ FIFA ได้ขยายอำนาจ VAR ให้ครอบคลุมอีก 3 กรณี คือ ใบแดงจากใบเหลืองที่สองที่ให้ผิด การให้การ์ดผิดทีม/ผิดคน และการตรวจสอบลูกเตะมุมที่ให้ผิด (เป็นตัวเลือกของแต่ละลีก)

VAR สามารถตรวจสอบใบเหลืองที่สองที่ให้ผิดพลาดได้ตั้งแต่กติกา 2026


ใบเหลืองที่สอง VAR เช็คได้ไหม

ได้แล้ว ตั้งแต่กติกา 2026 VAR สามารถตรวจสอบกรณีที่ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองที่สองผิดพลาดจนนำไปสู่ใบแดงได้ โดย The Guardian รายงาน ว่า VAR จะเข้าแทรกแซงเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าใบเหลืองใบแรกหรือใบที่สองถูกให้อย่างผิดพลาดเท่านั้น

ข้อสำคัญ: VAR ไม่ แนะนำให้ผู้ตัดสินออกใบเหลืองที่สองเพิ่มเติมในกรณีที่ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ใบเหลืองที่สองบนสนาม VAR จะเข้าแทรกแซงเฉพาะเพื่อ แก้ไข การให้ใบแดงที่ผิดพลาดจากใบเหลืองที่สองเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเพิ่มการลงโทษ


ลูกเตะมุม VAR เช็คได้ไหม

ได้ แต่เป็นตัวเลือกของแต่ละลีก ตาม ประกาศ IFAB การแข่งขันแต่ละรายการสามารถอนุญาตให้ VAR ตรวจสอบลูกเตะมุมที่ให้ผิดได้ โดยมีเงื่อนไขว่าการตรวจสอบต้องทำได้ทันทีและไม่ทำให้การแข่งขันชะลอตัว

ดังนั้นบางลีก เช่น พรีเมียร์ลีก อาจไม่นำกฎลูกเตะมุมมาใช้ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการแข่งขัน ขณะที่ฟุตบอลโลก 2026 จะใช้กฎนี้


เงื่อนไขการเข้าแทรกแซงของ VAR

VAR เข้าแทรกแซงได้เฉพาะเมื่อเกิด ความผิดพลาดชัดเจน (clear and obvious error) หรือ เหตุการณ์สำคัญที่พลาดไป (serious missed incident) เท่านั้น ผู้ตัดสินต้องตัดสินใจก่อนเสมอ และ VAR เป็นเพียงผู้ช่วยแนะนำ ไม่ใช่ผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย

ตาม โปรโตคอล VAR ของ IFAB การตัดสินเดิมจะไม่ถูกเปลี่ยน เว้นแต่การตรวจสอบวิดีโอแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการตัดสินนั้นผิดพลาด และไม่มีกำหนดเวลาสูงสุดสำหรับการตรวจสอบ เพราะความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็ว


ตัวอย่างสถานการณ์ที่ VAR เข้าแทรกแซงได้

  • ประตู: ตรวจสอบแฮนด์บอลก่อนยิง ออฟไซด์ ลูกออกก่อนยิง หรือการทำผิดกติกาในจังหวะก่อนได้ประตู
  • จุดโทษ: ตรวจสอบว่าฟาล์วเกิดในหรือนอกกรอบ โจมตีก่อนได้จุดโทษ หรือการรุกล้ำจุดโทษ
  • ใบแดงโดยตรง: การเล่นรุนแรง การทำร้ายร่างกาย การถ่มน้ำลาย หรือการกระทำที่รุนแรง
  • ใบแดงจากใบเหลืองที่สอง (ตั้งแต่ 2026): เมื่อใบเหลืองใบแรกหรือใบที่สองถูกให้ผิดจนนำไปสู่ใบแดง
  • การ์ดผิดคน/ผิดทีม: เมื่อผู้ตัดสินให้ใบเหลืองหรือใบแดงกับผู้เล่นผิดคนหรือผิดทีม
  • ลูกเตะมุม (ตั้งแต่ 2026, ตามดุลยพินิจของลีก): เมื่อลูกออกหรือการให้ลูกเตะมุมผิดอย่างชัดเจน

ไทยลีกใช้ VAR เมื่อไหร่

ไทยลีกเริ่มใช้ระบบ VAR ครั้งแรกในฤดูกาล 2565-2566 และได้อัพเกรดเป็น VAR Cross Hair 3D ซึ่งเป็นระบบตัดเส้นล้ำหน้าแบบ 3 มิติ คล้ายพรีเมียร์ลีก

  • ไทยลีก 1: ใช้ VAR Cross Hair 3D เต็มระบบตั้งแต่แมตช์เดย์ที่ 16 ของฤดูกาล 2024/25
  • ไทยลีก 2 (เมืองไทยลีก): ใช้ VAR Cross Hair 3D ครบทุกคู่ตั้งแต่แมตช์เดย์ที่ 27 (ช่วง ก.พ.–มี.ค. 2568)

ไทยเป็นชาติแรกในอาเซียนที่ใช้ระบบ VAR Cross Hair 3D เต็มระบบทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 สำหรับกติกา VAR 2026 ที่ขยายอำนาจ (ใบเหลืองที่สอง ลูกเตะมุม) จะมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 และจะถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 2026 ส่วนไทยลีกจะนำมาใช้เมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และไทยลีก

ไทยลีกใช้ VAR Cross Hair 3D ครบทุกคู่ทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2


สรุป

VAR 2026 ขยายอำนาจให้ตรวจสอบใบแดงจากใบเหลืองที่สองที่ให้ผิด การให้การ์ดผิดคน/ผิดทีม และลูกเตะมุมที่ให้ผิด (ตามดุลยพินิจของแต่ละลีก) ได้แล้ว เงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นความผิดพลาดชัดเจน และการตรวจสอบต้องไม่ทำให้การแข่งขันชะลอตัวมากเกินไป สำหรับไทยลีก ใช้ VAR Cross Hair 3D เต็มระบบทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 แล้ว และคาดว่าจะทยอยนำกติกา VAR 2026 มาใช้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม